..........วันวาเลนไทน์มีจุดกำเนิดราวศตวรรษที่ 3 จากประเพณี Lupercalia ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองบูชาเทพเจ้า Lubercus ของชาวโรมันนอกศาสนา หรือพวกนอกรีตในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของทุกปี ในขณะเดียวกันวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถือเป็นวันหยุดเพื่อเฉลิมฉลองบูชาเทพี Juno เทพีแห่งผู้หญิง และการแต่งงานของชาวโรมันเช่นกัน ในวันนี้เองก็ถือได้ว่าเป็นวัน Lupercalia's Eve ซึ่งชาวโรมันจะมีประเพณีการเลือกคู่หนุ่มสาว โดยจะเขียนชื่อหญิงสาวลงในกล่อง ชายหนุ่มจับชื่อใครได้ หนุ่มสาวคู่นั้นก็จะเป็นคู่เที่ยวกันตลอดเทศกาล ความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่เกิดจากประเพณีนี้ มักจะยืนยาวต่อไป และแต่งงานในที่สุด ..........ต่อมาใยยุคที่ชาวคริสเตียนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น พวกนักบวชพยายามเปลี่ยนเทศกาลเก่าแก่ของพวกนอกรีตนี้ จากชื่อเทศกาล Lupercalia ให้เปลี่ยนชื่อเป็นวันวาเลนไทน์ หรือ St.Valentine's Day เพื่อเป็นการกำจัดประเพณีของพวกนอกรีตให้หมดไป "วาเลนไทน์" คำนี้มาจากไหน?
..........หนึ่งในจำนวนหนุ่มสาวที่มาหาวาเลนไทน์นั้น เป็นลูกสาวของผู้คุม เธอจึงมีโอกาสเข้าไปพบในห้องขัง และคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างวาเลนไทน์เสมอ จนกระทั่งถึงวันที่เขาต้องถูกประหารชีวิต วาเลนไทน์จึงทิ้งข้อความไว้แก่เธอ โดยลงท้ายว่า "Love from your Valentine" ..........วาเลนไทน์เสียชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 269 A.D. เชื่อกันว่าจากประโยคทิ้งท้ายนั้น เป็นจุดกำเนิดวัฒธรรมที่เรียกว่าวันวาเลนไทน์ และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ผู้คนก็ยังระลึกถึงวาเลนไทน์เสมอ และยกย่องให้เขาเป็นตัวแทนแห่งความรัก ..........ต่อมาในปี 469 สันตะปาปา Gelasius จึงประกาศให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันระลึกเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ St. Valentine และกลายมาเป็นวันหยุดเฉลิมฉลองวันแห่งความรัก หรือ St. Valentine's Day ในที่สุด 14 กุมภาพันธ์, St. Valentine's Dayเทศกาลที่มวลมนุษย์เฉลิมฉลองวันแห่งความรัก และแสดงความรักแก่กัน เป็นวัฒนธรรมตะวันตกที่สืบทอดมานานนับพันปี ตั้งแต่ครั้งศตวรรษที่ 3 และได้แผ่ขยายไปทั่วทุกชนชาติ รวมทั้งประเทศไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมนี้อย่างยินดีปรีดา เพราะถือได้ว่า เป็นเทศกาลแห่งความรักที่ช่วยจรรโลงโลกไว้ให้เป็นสีชมพู วันนี้มาย้อนอดีตไปสมัยอาณาจักรโรมัน เมื่อครั้งกำเนิดวันวาเลนไทน์... |

..........วาเลนไทน์ เป็นนักบวชผู้หนึ่ง ที่ชื่นชอบการประกอบพิธีแต่งงานยิ่งนัก เพราะเห็นว่าเป็นพิธีกรรมที่น่ายินดี เป็นประเพณีทางศาสนาที่เกิดจากความรักที่ยิ่งใหญ่ของหนุ่มสาว ที่ตกลงปลงใจพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน การแต่งงานจึงเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่เมื่อกษัตริย์ Claudius สั่งกำจัดพิธีแต่งงานทั้งหมดในอาณาจักร วาเลนไทน์จึงต้องแอบประกอบพิธีแต่งงานภายใต้แสงเทียนในห้องเล็กๆ ที่มีแต่คู่บ่าวสาว และวาเลนไทน์เท่านั้น ทุกคนต้องกล่าวคำประกอบพิธีอย่างแผ่วเบาที่สุด ส่วนหูก็ต้องคอยเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าของทหาร เพราะถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่ใหญ่หลวงนัก แต่ในที่สุดเขาก็ถูกจับได้ และมีโทษประหารชีวิต หนุ่มสาวชาวเมืองต่างพากันมาเยี่ยม โยนดอกไม้และข้อความต่างๆ ผ่านทางหน้าต่างห้องขัง เพื่อให้วาเลนไทน์รู้ว่าพวกเขายังคงเชื่อมั่นในความรักเสมอ